2008/Feb/10

วันนี้จั่ว หัวเอนทรี่อะไรแปลกๆ
แต่ไม่แปลกอะไร แต่วันนี้จะมาแชร์วิธีการนึง
นี่นอกจากจะคิดงานได้แล้ว
ยังสามารถเรียนรู้วิธีการคิดงานของคนอื่น
และทำให้เราสามารถคิดงานต่อยอดขึ้นไปได้อีก

สำหรับน้องๆ หรือคนที่ไม่ได้มาทำงานด้าน creative
หลักๆ การทำงานชิ้นนึง
แน่นอนมางานทำงานส่วนใหญ่ก็มาจากลูกค้า
สมมติลูกค้าอยากขายสินค้าตัวใหม่ของเขาเอง
ก็มาติดต่อ เอเจนซี่ หรือบริษัทตัวแทนโฆษณา
ขั้นตอนแรก ฝ่ายบริการลูกค้า (Client service)
ก็จะไปรับโจทย์นี้จากลูกค้า ถามว่าสินค้าที่มันเป็นยังไง
ทำอะไรได้ กินแล้วช่วยอะไร ราคาเท่าไร คิดว่าใครจะคิด
วางโครงสร้างอยากได้อะไรจากกลุ่มเป้าหมาย
( ส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นยอดขาย)
แล้วเมื่อกลับมาถึงออฟฟิต ฝ่ายบริการลูกค้า นี่ละ
ก็จะมานั่งคุยกัน (กูจะเอาไงกับมันดี) โดยมีไม้ต่อที่คนมาช่วยคิด
ก็คือ strategic planner (บุคคลผู้นี้ ก็ไม่ใช่พระเจ้า เป็นคนธรรมดาๆ)

เขาคนนี้ ก็จะไปวิเคราะห์ตลาด อะไรคือสินค้า ข้อดี ข้อเสีย
กลุ่มเป้าหมายของสินค้านี้คือใคร ชาย หญิง เกย์ กระเทย เด็ก ผู้ใหญ่
ชอบอะไร ไลฟ์สไตล์เป็นไง ที่บ้านมีพ่อแม่ ก็คน
( ส่วนใหญ่ก็มีอย่างละคนกันทั้งนั้น)
ข้อมูลที่ได้ก็เป็นทั้งข้อมูลดิบ และข้อมูลสุกที่ผ่านการวิเคราะห์มาส่วนนึง

ต่อมาข้อมูลเหล่านั้น + ข้อมูลจากลูกค้า + ข้อมูลการตลาด
ก็มาเป็น บีฟ (ไม่ใช่เนื้อวัวนะ ) มาถึงผู้ที่เกี่ยวข้องคนต่อไป
ก็คือทีมครีเอทีฟ ที่จะมานั่งเทียน นั่งวิเคาะ หรือนั่งคุยกัน
แต่แล้วแต่ที่นะคับ บางบริษัทมีวิธีการอย่างอื่นก็ได้
ว่าจะใช้วิธีการ เป็นไอเดีย การเล่าเรื่อง 
หรือทำออกมาเป็นงาน (execute) ยังไง
แล้วก็โดนมาที่ผู้เกี่ยวข้อง ด้านภาพ ด้านภาษา
หรือ จะทำให้เป็นชิ้นงาน สุดท้ายก่อนไปถึงลูกค้า
ก็ต้องมาคุยกับฝั่ง client service อีกว่าใช่ไหม
(ย้ำนะคับ ว่าทุกฝ่ายไม่มีใครเป็นพระเอกหรอกนะ
 Team work สำคัญที่สุด ) 
 

โดยหลักการส่วนใหญ่มันก็เป็นอย่างงั้น
แต่ละที่อาจจะมีฝ่ายปลีกย่อย ต่างกันบ้าง
ช่างหัวเขาบ้าง ก็ปล่อยไป

สุดท้ายเมื่องานออกมาเป็นรูปเป็นร่าง
ให้ลูกค้าดู, ลูกค้า say "Yes i like it"

(บางคนก็พูดคำอื่นนะคับ )
ก็เป็นผลงาน เป็น campaign, เป็น TVC
เป็น Print ad, เป็น web 
ก็แล้วแต่งาน

ว่าแต่จะมาเล่าทำไมละนี่ ??
ในเมื่อบางงานเราก็ไม่ได้ทำอะไร
หรือตูจะได้ไปอยู่ในฝ่ายต่างๆ เหล่านั้นบ้างไหมนี่


ในเมื่อเราไม่ได้ทำงานตรงนี้ แต่จะฝึกวิธีคิดบ้างจะไม่ได้เหรอ?
มีวิธีการหนึ่งที่ผมใช้ แล้วเวิคมาเล่าให้ฟัง
คือ 1. คิดย้อนกลับไปเลย เมื่อเห็นงานชิ้นนึง
จะเป็น print ad หรือ เป็น tvc หรือ เป็นเวบ
เห็นว่าเขาทำอะไร ใน ad ชิ้นนี้พยายามจะสื่ออะไรให้เรานะ
มันมีวิธีการขายของยังไงที่ทำให้เราอยากไปซื้อนะ
เออ นี่ คำพูดในแอด นี่นะคมจัง
เช่น พูดกันมากขึ้น ฟังกันมากขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น
(ผมเชื่อว่าหลายๆ คนชอบ ad ตัวนี้และจำได้ดีทีเดียว)

แล้วคิดย้อนกลับไปอีก ว่า ทำไมนะ
ทำไมเขาเสนอวิธีการแบบนี้?
ทำไมเขาพูดแบบนี้?
 
ทำไมใช้ภาพแบบนี้?
ลองใช้การตั้งคำถามแบบนี้ เรื่อยๆ ในการเห็น
อาจจะเริ่มต้น ตั้งคำถามจาก ad ที่เราชอบก็ได้
มันไม่สำคัญหรอกนะ
ที่เวลาตั้งคำถามแล้วอาจจะได้คำตอบในใจไม่ถูกต้อง
แต่สิ่งสำคัญคือคุณรู้จักที่จะคิดตั้งคำถามมันต่างหาก


ที่นี้คิดย้อนกลับไปอีก
ว่าโจทย์เขาเป็นยังไงนะ
ที่ได้มาจากลูกค้า ลูกค้าเขาคงอยากให้ขายของ
หรือลูกค้าอยากให้เขาสร้างภาพ
หรือลูกค้าอยากได้ทั้งสองอย่าง

strategy ที่ได้มามันเป็นยังไงนะ
client service team ด่ายังไงกับครีเอทีฟบ้างนะ
หรือถ้าเราได้โจทย์แบบนี้ แล้วไม่ทำแบบที่เราเห็น
จะมีแบบไหนที่เราทำได้บ้าง? นอกเหนือจากแบบนี้ ?
คิดให้มันแบบสนุกเข้าไว้
เรื่องแบบนี้เวลาคิดทำไมต้องไปคิดมุมเครียดๆ ละ

พิมพ์เหนื่อยแล้ว ลองคิดกันดูนะครับ
ผมเป็นเหมือนดีเจ แล้วกัน พูดให้เข้าเพลง
แต่นี่พูดเข้างานตัวอย่างดีกว่า
จะยกตัวอย่างงานหนึ่งที่เป็น Global campaign ของ HP



ที่ชื่อ The Computer is Personal Again.
ไว้ขายแค่ตัว computer , notebook
ทำไม execution มันเป็นรูปมือแบบนี้ละ ?

ทำไมไม่เป็นรูปเครื่องคอมแล้วมีคนมายืนยิ้มข้างคอม?
แล้วก็บอกอันนี้คอมพิวเตอร์ของกูนะ 
( This computer is Personal )
ที่นี้วิธีการหาก็คือ หาข้อมูลตัว product ของมันเลย
ว่ามีข้อดีอะไร ถึงทำแบบนี้

แล้วผมก็ค้นพบว่า เมื่อครั้งนึง HP ได้ทำโน้ตบุ้ค
ที่มีระบบความปลอดภัย เป็นของตัวเอง
คือ ระบบสแกนนิ้วชี้ ติดอยู่กับเครื่อง
เมื่อคนที่ต้องการการรักษาข้อมูลที่สำคัญไว้ 
ก็ต้องเป็นเจ้าของเครื่องเท่านั้น แต่นั้นละใครๆก็สามารถ hack
เอา username + password เวลาเข้าเครื่องได้ง่ายๆ
HP เลยเอาฟังค์ชั่นนี้ติดอยู่ เวลาก่อน login เข้าเครื่อง
ต้องผ่านสแกนนิ้วนะ นิ้วคนทีลายมือ(ลายนิ้ว)
ที่เป็น Personal ส่วนตัวมากๆ เจ้าของเครื่องที่มีลายนิ้ว
ตรงกันเท่านั้น ถึงเข้าเครื่องได้ 
( ฉะนั้นก่อนจะเข้าคอม
เจ้าของเครื่องควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง) 

นี่คือฟังค์ชั่นของ HP ที่ต้องการให้คนอื่น
กลุ่มเป้าหมาย + คู่แข่งจดจำได้
ว่าตูเป็นเจ้าแรกนะ และคอมพิวเตอร์ของตู
นี่ละ ระบบความปลอดภัยดีเยี่ยม
เหมือนกับคำที่ว่า The Computer is Personal again.
(อาจจะมีคำอื่นที่ใช้ได้อีกนะ ลองไปคิดกันดู)

ที่นี้ The Computer is Personal again
ก็เหมือนกับ slogan หรือบอกไอเดียของแคมเปญ
ที่บ่งบอกความเป็นคอมพิวเตอร์ของ HP ได้ดี
แล้วแตกมาเป็นชิ้นงาน ไอเดีย ต่างๆ อีกมากมาย

 



และมีแคมเปญหนึ่งที่น่าสนใจ
ที่ทำเป็น ลักษณะไวรอล
เมื่อปี 2006
ที่ HP อยากจะเข้าไปอยู่ในกระแสของฟุตบอลโลก
เลยเอา Fingerskilz
ที่แค่นิ้ว สามารถสร้างเรื่องที่คุณคาดไม่ถึงได้



ลองดูหนังไวรอลเขานะคับ
ในปีนั้นที่เผยแพร่ผ่านทางอินเตอร์เนตอย่างเดียว
มีคนเข้าไปที่เวบ มากถึง 6.3 ล้านคนในเวลา 1 เดือน



ใครดูหนังอันนี้แล้วลองตามเข้าไปในเวบที่เขาบอก
จะพบหนังอีกหลายตอน
แล้วทำเป็นลักษณะเหมือน Blog คนธรรมดา

ไอเดียง่ายๆแบบนี้ แต่ประสบความสำเร็จ
เลยมีแคมเปญต่อเนื่องมาในปี 2008
ที่ชื่อว่า HP TouchSmart Presents Idolhands



ลองเข้าไปเล่นดูที่ http://h50263.www5.hp.com/idolhands/

แค่ HP อันเดียว ยังมีเรื่องสนุกๆ ให้คุณคิดได้อีกมาก
ลองนำวิธีคิดมุมกลับ ต่อยอดจากงานคนอื่น
เอาไปคิดทุกครั้งเมื่อเห็นงานนะคับ
ฝึกบ่อยๆ แล้วคุณจะเก่งขึ้นกว่าเดิมอีกมาก

ปล. วันนี้ว่างนะคับ เขียนซะยาวเชียว

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
สงสัยอยู่นาน เป็นเช่นนี้นี่เอง cry
#1  by  น้ำเงินเจือขาว At 2008-02-10 22:04, 
อืมมม...มีสิ่งให้คิดและศึกษา อยู่ตลอด รอบบตัว...แฮะ....confused smile
#2  by  Monkiji321 At 2008-02-11 00:16, 
Hot!
#3  by  ◦○● ฬ.จุฬา ●○◦ At 2008-02-11 01:38, 
น่าคิด เป็นcaseทีดีเลยนะเนี่ยHot!
#4  by  คาโตเน่ At 2008-02-11 04:28, 
เจ๋งค่ะbig smile
#5  by  เจ้าน้ำตาล At 2008-02-11 08:38, 
ขอบคุณที่เขียนค่ะ ได้ประโยชน์เยอะเชียว
#6  by  ข้าวไข่เจียว At 2008-02-11 08:39, 
เอาดาวไปเลยจ้าาาาา Hot!
#7  by  เจ้าชายน้อย At 2008-02-11 08:51, 
อยากเล่นนิ้ว อิอิอิิิbig smile
#8  by  ~* นายจดหมายรัก ^^ At 2008-02-11 08:52, 
big smile big smile น่าสนใจจริงๆค่ะ
#9  by  (^_^)/nana At 2008-02-11 10:39, 
จะเอาไปคิดต่อยอดครับผมbig smile
#10  by  นกฮูกดีไซน์ At 2008-02-11 10:49, 
เขียนยาวๆ ก็ดีนะครับ
ได้ความรู้ ได้ข้อมูล นั่นก็ส่วนหนึ่ง
ผมได้ "ความมั่นใจ" ในข้อมูลด้วย

หาเวลาว่าง เขียนยาวๆ อีกนะครับ

: )
#11  by  khun_aut At 2008-02-11 11:20, 
big smile big smile big smile
#12  by  :: ipup :: At 2008-02-11 11:49, 
ตัวโฆษณาทำได้ดีครับ
เอาไปต่อยอดได้อีกเยอะเลย
#13  by  โก๋สิจ๊ะ At 2008-02-11 13:45, 
แต่โฆษณาผมชอบของ hp ตัวเก่ามากกว่า ที่เป็น เฟรม เปลี่ยนไปเรื่อยๆ โฆษณาสุดยอดมากอันนั้น แต่สโลแกนคนละแบบตอนซีอีโอคนเก่า big smile
#14  by  mnop At 2008-02-11 14:14, 
ขอบคุณค่ะ
บอกเหมือนญาติที่ทำโฆษาอยู่เลย
ให้ลองคิดจากสิ่งรอบตัว
big smile
#15  by  apotastucu At 2008-02-11 15:32, 
เยี่ยมแฮะ

Hot!
#16  by  Under Constuctive Man At 2008-02-11 16:59, 
big smile
#17  by  chichi At 2008-02-11 18:09, 
hp ตัวเก่ามากกว่า ที่เป็น เฟรม เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
นั้นเป็นของสายผลิตภัณท์ พวกปริ้นเตอร์ กับกล้องนะคับ ถ้าจำไม่ผิด big smile
#18  by  @dver At 2008-02-11 18:57, 

<< Home


Adverblog
View full profile