หรือความรู้ ความคิด ของเราเอง
วิธีที่สำคัญ คือการอ่าน เพราะเมื่อใดที่เราอ่าน
เราก็ได้รับสิ่งที่เป็นความรู้ ความคิด ความบันเทิง
ของคนเขียนที่กลั่นมาจากความคิด สมองของเขา
แต่ที่สำคัญหลังจากการอ่าน ก็คืออ่านแล้วคิด
คิดแล้ว วิเคราะห์ เก็บ และจดจำมันไว้ในสมองของเรา
เพราะคุณก็ไม่รู้ล่วงหน้าหรอก ว่าความรู้ที่คุณได้มาวันนี้
อาจจะนำไปใช้ในวันพรุ่งนี้ได้
ยิ่งคุณมีข้อมูลในสมองในวันนี้มากเท่าไร
วันพรุ่งนี้ คลังข้อมูลความคิดของคุณก็ยิ่งมีมาก
ที่จะนำมาใช้เท่านั้น
ช่วงนี้ผมพอมีเวลาได้อ่าน
"ต้นไม้ใต้โลก"
ทรงกลด บางยี่ขัน

เป็นหนังสือ ความคิดคันๆ ของคนทั่วโลกที่อยากเปลียนโลก
ตามชื่อหนังสือเขานั้นละ
แต่อ่านแล้วรู้สึก เออ เฮ้ย ไอเดียแบบนี้คิดได้ไงวะ
ตั้งแต่ไอเดียคันๆ ที่จะแก้ปัญหาสงครามกลางเมืองด้วย
วิธี "แก้ไม่ได้ก็ไม่แก้ "
ให้ผู้หญิงวิธีหยุดมีเพศสัมพันธ์ กับสามีที่มีส่วนในสงครามต่างๆ
แล้วยังมี e-co เรียลริตี้
ของคนที่หาวิธีรักษาสิ่งแวดล้อม ที่คิดว่า
ทำไมเรื่องรักษาสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นเรื่องเครียดๆ เท่านั้น ?
ลองหามาอ่านนะคับ
หนังสือเล่มนี้ มี Inspire และวิธีการคิดของคนต่างๆ มากมาย ทั่วโลก
แล้วผมลองค้นหาข้อมูลในเนตก็พบกับ บลอค
ของผู้ที่ค้นหาข้อมูล ในหนังสือเล่มนี้ มาเล่าแล้วกัน
"ในช่วงเวลาประมาณ 8 เดือนของการหาข้อมูล
ผมได้เจอเรื่องราวดีๆ ที่น่านำมาเล่าต่อมากมาย
ได้เจอแหล่งข้อมูลใหม่ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นแทบทุกวัน
ในระหว่างรวบรวมข้อมูลก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร
แต่พอจัดทำต้นฉบับเสร็จแล้วได้กลับไปเยี่ยมเยียนแหล่งข้อมูลเดิมๆ
อีกครั้งทั้งในและนอกโลกไซเบอร์
ผมก็ได้พบกับเรื่องราวใหม่ๆ ที่อ่านแล้วอยากเอามาเล่าต่อมากมายเต็มไปหมด
ราวกับว่าเรื่องเหล่านี้มันเกิดขึ้นทุกวันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ครับ เรื่องดีๆ มีขึ้นทุกวัน
แล้วผมก็ดันอยากแบ่งปันเรื่องราวเหล่านั้นให้กับคนที่สนใจ
ครั้นจะรอเขียนเล่ม 2 ก็เกรงว่าจะไกลเกินไป
ก็เลยตัดสินใจทำเว็บไซต์นี้ขึ้นมา
ด้วยความช่วยเหลือของคุณจุฬ เว็บมาสเตอร์ของ a day
ซึ่งก็ตั้งใจว่าจะพยายามอัพเดตเป็นระยะ ไม่ปล่อยให้รกร้าง
นอกจากต้องการจะบอกเล่าข้อมูลแล้ว
ผมก็ยังอยากจะสร้างพื้นที่ให้กับผู้ที่ได้ลงมือทำอะไรบางอย่าง
หลังจากได้อ่าน ‘ต้นไม้ใต้โลก’ ทั้งลองทำแบบเดียวกับตัวอย่างในหนังสือ
หรือสร้างสรรค์วิธีดูแลโลกในแบบของตัวเองขึ้นมา
แม้กระทั่งใครได้อ่านเจออะไร อยากเอามาแบ่งปัน ก็เชิญได้ที่นี่
ผมรู้สึกว่า คนที่มีความปรารถนาดี
และมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม มักจะโดดเดี่ยว
ถ้าเป็นคนที่สนใจในระดับของการติดตามข่าวสาร
และพยายามเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของตนเอง (คนเดียว)
ก็มักจะโดดเดี่ยวในความรู้สึก คือไม่ค่อยจะเจอคนที่คิดและเชื่อคล้ายๆ กัน
ส่วนคนที่อยู่ในระดับของการลงมือทำ ผมว่าพวกเขาทั้งโดดเดี่ยว
และถูกสังคมมองด้วยสายตาแปลกแยก
การรวมคนที่คิดอ่านคล้ายๆ กันมาไว้ใกล้ๆ กัน
คงจะพอลดความโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาลงได้บ้าง ผมคิดว่าอย่างนั้น
นั่นแหละครับที่มาของ เครือข่ายต้นไม้ขี้เหงา lonelytrees.net "
edit @ 7 Feb 2008 19:20:33 by @dver