2007/Oct/11

เอนทรี่ นี้อาจจะไม่ตรงกับเรื่อง ad เท่าไร
แต่เจอวิธีคิดแบบ positive thinking
จาก forward mail มา อ่านแล้วดีทีเดียว
เหมาะกับคนทำงาน (ขอโทษด้วย ที่ผมไม่รู้ทีมาว่าใครเขียน
หรือ หากให้รู้ว่าท่านใดเขียนบทความต่อไปนี้
คอมเม้นท์บอกกันได้นะคับ )

และเหมาะกับ บลอคนี้ดี
ที่ผมอยากให้บลอคนี้เป็น inspiration sharing blog

เริ่มเลยดีกว่า

กำลังใจให้กับคนทำงานในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้
วิธีคิดแบบ แยกเงินเดือนเป็น 4 ส่วน
ผมเห็นเพื่อนๆ หลายๆ คนกลุ้มใจ ไม่มีความสุขในการทำงาน

ส่วนมากถ้าหางานใหม่กันได้ ก็ดีไป แต่ถ้าหาไม่ได้
จะทำอย่างไรในเมื่อเราต้องทำงานนั้นอยู่แล้ว
เรามีทางเลือกสองทาง

1. คือ...ทำงานไปอย่างไม่มีความสุข

2. หาวิธีทำงานไปอย่างมีความสุข หรือ ทุกข์น้อยลง

ที่ผมจะเขียนนี้ จะเป็นกรณีของแบบที่สอง
เรามาเปลี่ยนวิธีคิดกันดูซะหน่อย...
เผื่อว่าเราจะได้ทำงานอย่างมีความสุขมากขึ้น
เข้าใจโลกมากขึ้น และทุกข์ก็น้อยลง

*** คิดซะว่า...ถ้าได้เงินเดือนมา
ให้แยกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน
และเงินแต่ละส่วน...บริษัทเขาจ้างให้เรามาทำงานตามแบบฉบับนี้

1. เงินเดือนส่วนแรก เขาจ้างมาให้คุณรับฟังคำตำหนิ
ต่อว่า ทนกับอารมณ์ของเจ้านาย

2. เงินเดือนส่วนที่สอง เขาจ้างมาให้คุณรับฟังคำตำหนิ
ต่อว่า ความจุกจิก งี่เง่า ของลูกค้า

3. เงินเดือนส่วนที่สาม เขาจ้างมาให้คุณ
รับฟังการติฉิน นินทา อิจฉา ริษยา งี่เง่า
กักขฬะ ของเพื่อนร่วมงานบางคน

4. เงินส่วนที่ 4 นี้เอง ที่เป็นเงินเดือน
ที่เขาจ้างมาทำงานในหน้าที่ที่คุณรับผิดชอบ

ดังนั้น ถ้าเจอปัญหาเจ้านาย ให้ลองคิดดูว่า
ให้ลดเงินเดือนตัวเอง 25%
แล้วเจ้านายไม่บ่นว่า น่ะเอาไหม?

ให้ลดเงินเดือนตัวเอง 25% ให้เจอลูกค้าแสนดี
น่ะเอาไหม?

ให้ลดเงินเดือนตัวเอง 25%
ให้เจอแต่เพื่อนร่วมงานดีๆ น่ะเอาไหม?

ลดไปลดมา ได้ทุกอย่างดีหมด
แต่เงินเหลืออยู่แค่ 25% ของเงินเดือนปัจจุบัน
คุณเอาไหม?

ลองใช้วิธีคิดแบบนี้นะครับ เผลอๆ
หลายคนอาจจะบอกว่า

"อย่างนี้ให้เจ้านายด่าเพิ่มสองเท่า
แล้วขึ้นเงินเดือนให้ฉัน 25% ก็เอานะ"

"จิต" และ ความคิดคนเราเป็นเรื่องสำคัญนะครับ
อย่าปล่อยเวลาในชีวิตให้ความคิด

ของคุณเป็นลบ หรือคิดแต่ในแง่ร้าย

......... เพราะความคิดของคุณ
ก็เหมือนฟิล์มภาพยนตร์ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต
คุณ คือ ภาพฉายที่ออกมาจากฟิล์ม
หากคิดในแง่ร้าย คุณก็จะเจอแต่แง่ร้ายๆ
*** ฟิล์มเป็นอย่างไร...ภาพที่ฉายก็ออกมาก็เป็นแบบนั้น!!

คุณลองคิดดูว่า ถ้าคุณไปสัมภาษณ์งาน แล้วคิดว่ายังงัยก็ไม่ได้ - แววหน้า สีหน้า

ความกังวล และความมั่นใจ จะเกิดขึ้นทันที

*** เห็นมั้ยล่ะครับ...ว่าทุกอย่างเกิดจากความคิดของตัวเราเองทั้งนั้น

เพราะอย่างนั้นเรามามองเรื่องแย่ๆ ร้ายๆ ให้เป็นแง่บวกกันดีกว่า

... ผลดี ก็คือ สุขภาพจิตของเราเองนะครับพี่น้อง!!


จบ... ใครที่ชอบยินดี ก๊อปไปส่งต่อได้เลยนะคับ
หรือมาคอมเม้นท์หาว่าคุณมีวิธีคิด แบบนี้
ด้วยวิธีการไหนบ้าง  มาแชร์กันได้นะคับ

edit @ 11 Oct 2007 15:08:49 by @dver

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อืมมม คิดแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ เคยมีคนมาบ่นให้ฟังว่า ไม่มีอะไรทำเลยที่ออฟฟิศ รู้สึกได้เงินเดือนแล้วมานั่งเฉย ๆ เลยบอกเค้าไปว่า คิดซะว่า เค้าได้เวลาของเราไปก็แล้วกัน เอ๊ะ เกี่ยวรึป่าวไม่รู้ sad smile
#1  by  เจนเนสซ่า At 2007-10-11 15:31, 
ชอบค่ะ
อยู่ที่ความคิดเราจริงๆ
เหมือนที่เค้าบอกว่า คนที่อกหักแล้วฆ่าตัวตาย
เค้าไม่ได้ฆ่าตัวตายเพราะอกหัก
แต่ฆ่าตัวตายเพราะคิดยังไงกับการที่เค้าอกหักต่างหากเน๊อะ ไม่งั้นคนอกหักตายกันหมดละbig smile
#2  by  p-i-e At 2007-10-11 16:04, 
ล้ำลึกbig smile
#3  by  yuyee35_5.2 At 2007-10-11 16:15, 
เป็นบทความที่ดีจริงๆค่ะconfused smile
#4  by  blue (202.5.89.60) At 2007-10-11 16:20, 
บางทีปอนก็ทำงานโดยไม่ได้คำนึงถึงเงินเดือนครับ..(ดูเหมือนเป็นคนดี) ส่วนใหญ่จะเบื่องานก็เพราะว่ามันไม่มีอะไรท้าทาย หรือเป็นสิ่งใหม่ๆ ให้เรียนรู้ หรือไม่ก็เจอปัญหาซ้ำซากที่เราเห็นวิธีแก้ไขปัญหาแต่เราไม่มีอำนาจ หรือเรียกอีกอย่างนึงก็คือเจอเจ้านายงี่เง่านั่นเอง...

แต่วิธีคิดให้การทำงานมีความสุขก็คือ..ทำเท่าที่ทำได้ แล้วก็หาอะไรที่แปลกใหม่มาทำเองครับ โดยการริเริ่มแล้วล็อบบี้ให้หลายๆ คนเห็นตามเราแล้วก็ทำตามนั้นครับ... แต่สิ่งที่ปอนอยากทำที่สุดตอนนี้ก็คือเมื่อเรียนจบแล้วใฝ่ฝันว่าจะทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องผูกติดอยู่กับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง (เปิดร้านขายข้าวแกงเสียเลยconfused smile) แต่ก็คงทำได้ยากหล่ะครับ..เมื่อคนรอบข้างไม่เห็นด้วย แต่อย่างน้อยเราก็รอเวลานั้นที่จะมาถึงครับ... ตอนนี้หากเบื่อการเรียนและงานที่กำลังทำอยู่ก็มาอ่านบล็อกเขียนบล็อกครับ..เป็นทางแก้ปัญหาได้อย่างดีทีเดียวconfused smile
#5  by  ปอนปอน At 2007-10-11 16:43, 
sad smile sad smile
#6  by  chichi At 2007-10-11 16:55, 
ดีครับ ทุกอย่างอยู่ที่ใจนั่นแหละ
#7  by  เจ้าชายน้อย At 2007-10-11 17:39, 
ขอบคุณ จากใจ
#8  by  copy (125.26.232.133) At 2007-10-12 16:57, 
ชอบมากครับ เปิดมุมมองสำหรับคนที่มองด้านเดียว
#9  by  B-E-L-L (58.10.65.97) At 2007-10-15 11:21, 

<< Home


Adverblog
View full profile