เอนทรี่ นี้อาจจะไม่ตรงกับเรื่อง ad เท่าไร
แต่เจอวิธีคิดแบบ positive thinking
จาก forward mail มา อ่านแล้วดีทีเดียว
เหมาะกับคนทำงาน (ขอโทษด้วย ที่ผมไม่รู้ทีมาว่าใครเขียน
หรือ หากให้รู้ว่าท่านใดเขียนบทความต่อไปนี้
คอมเม้นท์บอกกันได้นะคับ )
และเหมาะกับ บลอคนี้ดี
ที่ผมอยากให้บลอคนี้เป็น inspiration sharing blog
เริ่มเลยดีกว่า
กำลังใจให้กับคนทำงานในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้
วิธีคิดแบบ แยกเงินเดือนเป็น 4 ส่วน
ผมเห็นเพื่อนๆ หลายๆ คนกลุ้มใจ ไม่มีความสุขในการทำงาน
ส่วนมากถ้าหางานใหม่กันได้ ก็ดีไป แต่ถ้าหาไม่ได้
จะทำอย่างไรในเมื่อเราต้องทำงานนั้นอยู่แล้ว
เรามีทางเลือกสองทาง
1. คือ...ทำงานไปอย่างไม่มีความสุข
2. หาวิธีทำงานไปอย่างมีความสุข หรือ ทุกข์น้อยลง
ที่ผมจะเขียนนี้ จะเป็นกรณีของแบบที่สอง
เรามาเปลี่ยนวิธีคิดกันดูซะหน่อย...
เผื่อว่าเราจะได้ทำงานอย่างมีความสุขมากขึ้น
เข้าใจโลกมากขึ้น และทุกข์ก็น้อยลง
*** คิดซะว่า...ถ้าได้เงินเดือนมา
ให้แยกเป็น 4 ส่วนเท่าๆ กัน
และเงินแต่ละส่วน...บริษัทเขาจ้างให้เรามาทำงานตามแบบฉบับนี้
1. เงินเดือนส่วนแรก เขาจ้างมาให้คุณรับฟังคำตำหนิ
ต่อว่า ทนกับอารมณ์ของเจ้านาย
2. เงินเดือนส่วนที่สอง เขาจ้างมาให้คุณรับฟังคำตำหนิ
ต่อว่า ความจุกจิก งี่เง่า ของลูกค้า
3. เงินเดือนส่วนที่สาม เขาจ้างมาให้คุณ
รับฟังการติฉิน นินทา อิจฉา ริษยา งี่เง่า
กักขฬะ ของเพื่อนร่วมงานบางคน
4. เงินส่วนที่ 4 นี้เอง ที่เป็นเงินเดือน
ที่เขาจ้างมาทำงานในหน้าที่ที่คุณรับผิดชอบ
ดังนั้น ถ้าเจอปัญหาเจ้านาย ให้ลองคิดดูว่า
ให้ลดเงินเดือนตัวเอง 25%
แล้วเจ้านายไม่บ่นว่า น่ะเอาไหม?
ให้ลดเงินเดือนตัวเอง 25% ให้เจอลูกค้าแสนดี
น่ะเอาไหม?
ให้ลดเงินเดือนตัวเอง 25%
ให้เจอแต่เพื่อนร่วมงานดีๆ น่ะเอาไหม?
ลดไปลดมา ได้ทุกอย่างดีหมด
แต่เงินเหลืออยู่แค่ 25% ของเงินเดือนปัจจุบัน
คุณเอาไหม?
ลองใช้วิธีคิดแบบนี้นะครับ เผลอๆ
หลายคนอาจจะบอกว่า
"อย่างนี้ให้เจ้านายด่าเพิ่มสองเท่า
แล้วขึ้นเงินเดือนให้ฉัน 25% ก็เอานะ"
"จิต" และ ความคิดคนเราเป็นเรื่องสำคัญนะครับ
อย่าปล่อยเวลาในชีวิตให้ความคิด
ของคุณเป็นลบ หรือคิดแต่ในแง่ร้าย
......... เพราะความคิดของคุณ
ก็เหมือนฟิล์มภาพยนตร์ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิต
คุณ คือ ภาพฉายที่ออกมาจากฟิล์ม
หากคิดในแง่ร้าย คุณก็จะเจอแต่แง่ร้ายๆ
*** ฟิล์มเป็นอย่างไร...ภาพที่ฉายก็ออกมาก็เป็นแบบนั้น!!
คุณลองคิดดูว่า ถ้าคุณไปสัมภาษณ์งาน แล้วคิดว่ายังงัยก็ไม่ได้ - แววหน้า สีหน้า
ความกังวล และความมั่นใจ จะเกิดขึ้นทันที
*** เห็นมั้ยล่ะครับ...ว่าทุกอย่างเกิดจากความคิดของตัวเราเองทั้งนั้น
เพราะอย่างนั้นเรามามองเรื่องแย่ๆ ร้ายๆ ให้เป็นแง่บวกกันดีกว่า
... ผลดี ก็คือ สุขภาพจิตของเราเองนะครับพี่น้อง!!
จบ... ใครที่ชอบยินดี ก๊อปไปส่งต่อได้เลยนะคับ
หรือมาคอมเม้นท์หาว่าคุณมีวิธีคิด แบบนี้
ด้วยวิธีการไหนบ้าง มาแชร์กันได้นะคับ
edit @ 11 Oct 2007 15:08:49 by @dver